โลกออนไลน์กับภัยร้ายที่ตามมา

ในปัจจุบันนี้ภัยร้ายต่างๆ เกิดข้นรอบตัวเรามากมาย

โลกออนไลน์กับภัยร้าย บางครั้งอาจจะอยู่ใกล้ตัวของเราจนทำให้เรานึกไม่ถึงกันเลยที่เดียวอย่าง เช่น โลกของอินเตอร์เน็ตหรือโลกของสื่อออนไลน์ ถึงแม้ว่าอินเตอร์เน็ตหรือสื่อออนไลน์จะมีประโยชน์มากมายในหลายๆ ด้านแต่ถ้าเราใช้มันในทางที่ผิดหรือใช้แล้วไม่รู้จักขอบเขตของมันแล้วละก็ เชื่อได้เลยว่าสิ่งที่ตามมานั้นคงจะต้องเป็นฝันร้ายของคุณไปอีกนาน

ในชีวิตหรือในสังคมปัจจุบันของเรา

ในตอนนี้ ไม่ว่าจะทำอะไรก็มักจะเรื่องของอินเตอร์เน็ตเข้ามาเกี่ยวข้องอยู่เสมอ เพราะไม่ว่าจะเป็นเพศไหนหรืออายุเท่าไหร่ก็สามารถเอาถึงมันได้อย่าง่ายดาย และโดยเฉพาะเด็กๆที่อยู่ในช่วงประถมหรือมัธยมยิ่งเป็นช่วงวัยที่ต้องค่อยช่วยกันดูแลช่วยกันค่อยเป็นหูเป็นตา เพราะเด็กในวัยนี้เป็นวัยที่มีความอยากรู้อยากลอง 

อาจจะเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพที่ใช้อินเตอร์เน็ตหลอกล่อให้เราตกเป็นเหยื่อได้ อย่างที่เป็นข่าวออกมาให้เราได้เห็นอยู่บ่อยครั้งเกี่ยวกับการเด็กผู้หญิงที่ที่ถูกล่อลวงไปล่วงละเมิดทางเพศ จากการนัดเจอกันการผ่านช่องทางแชทต่างๆ ที่มีการคุยกันแล้วมาก่อนหน้านี้ และไม่ว่าตกเป็นเหยื่อจากการซื้อของผ่านอินเตอร์เน็ต

ซึ่งผู้ซื้อไม่ได้ดูข้อมูลให้ดีก่อนการตัดสินใจสั่งซื้อสินค้า

แล้วเมื่อได้ของมาแล้วไม่ตรงตามที่มีการได้รีวิวไว้หรือบางรายไม่ได้สินค้าเลยก็มี ดังนั้นไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหนก็มีอันตรายรอบด้านทั้งนั้น เฉพาะนั้นไม่ว่าสิ่งๆนั้นจะมีประโยชน์มากมายแค่ไหนแต่ถ้าไม่รู้จักยับยังชั่งใจหรือไม่รู้เท่าทันมัน ก็อาจจะทำให้เราได้รับผลกระทบและอาจจะไม่ใช้แค่เราที่ได้รับผลกระทบเท่านั้นแต่บางครั้งอาจจะส่งผลกระทบต่อคนรอบข้างของเราด้วย อย่างเช่นคนในครอบครัว พ่อ แม่ หรือจะหมายถึงเพื่อนด้วย

ดังนั้นเมื่อเราจะตัดสินใจอะไรหรือจะลงมือทำอะไรให้คิดถึงผลกระที่จะตามมาและคนในครอบครัวให้มากๆ เพราะเมื่อเกิดอะไรที่ไม่ดีขึ้นมาแล้วบางเรื่องอาจเป็นเรื่องที่เราสามารถแก้ไขในดีขึ้นได้ แต่บางเรื่องก็มีปัญหาที่อยากเกินที่เราจะแก้ไขได้ หรือบางเรื่องก็สายเกินแก้จนทำให้เราเป็นทุกและไม่มีความสุขกับการใช้ชีวิตเหมือนที่เราแค่ทำอยู่ก่อนแล้วเลยก็

ฉะนั้นเราต้องก้าวตามหรือสิ่งเหล่านี้ให้ทันเพราะในปัจจุบันภัยร้ายต่างๆ มีอยู่รอบตัวถึงแม้ว่าเราจะคิดว่าเราอยู่ในที่ที่ปอดภัยแล้วก็ตาม อินเตอร์เน็ตใช้ได้แต่อย่าใช้จนให้มันมามีอิทธิพลในชีวิตของเรามากเกินไป

 

สนับสนุนเรื่องราวทั้งหมดเหล่านี้โดย แทงบอลไม่มีขั้นต่ำ

เพิ่มกรุ๊ปให้ยูสเซอร์เข้าร่วมเป็นสมาชิกผ่านหน้าต่าง User Properties

หน้าต่างUser Properties เมื่อคลิกแท็บ Member off จะแสดงรายชื่อกรุ๊ปยูสเซอร์แอคเคานต์นี้ร่วมอยู่เป็นสมาชิก และถ้าต้องการให้ยูสเซอร์แอคเคานต์นี้เข้าร่วมเป็นสมาชิกกรุ๊ปอื่นเพิ่มเติม ให้คลิกปุ่ม Add และเข้าไปเลือกกรุ๊ปที่ต้องการที่จะให้ยูสเซอร์แอคเคานต์นี้เข้าร่วม

การสร้างคอมพิวเตอร์แอคเคานต์

คอมพิวเตอร์แอคเคานต์ (Computer Account) คือ บัญชีรายชื่อคอมพิวเตอร์ที่ใช้ในการเข้าเป็นสมาชิกบนโดเมน ผู้ดูแลระบบของโดเมนคอนโทรลเลอร์จะสร้างคอมพิวเตอร์แอคเคานต์เพื่อให้ไคลเอนต์ใช้ในการเข้าเป็นสมาชิกโดเมน แต่ไม่ต้องมีรหัสผ่านเหมือนยูสเซอร์แอคเคานต์ (เครื่องที่รัน Windows XP / 2000 Pro / Server และ Windows NT Server / Workstation จะต้องมีคอมพิวเตอร์แอคเคานต์ ยกเว้นเครื่อง Windows 95 / 98 ไม่ต้องมีก็ได้) ตัวอย่างขั้นตอนในการสร้างคอมพิวเตอร์แอคเคานต์ดังนี้

  1. ที่เครื่องมือ Active Directory Users and Computers คลิกขวาตรง OU แผนกการเงิน และเลือกคำสั่ง New > Computer
  2. ปรากฏหน้าต่าง New Object – Computer ให้พิมพ์ชื่อคอมพิวเตอร์ลงไป (ระวังอย่าให้ชื่อไปซ้ำกับเครื่องอื่นที่อยู่บนโดเมน) จากนั้นคลิกปุ่ม OK

จัดเก็บยูสเซอร์โปรไฟล์บนเซิร์ฟเวอร์

ยูสเซอร์โปรไฟล์ (User Profile) เป็นข้อมูลการกำหนดสภาพแวดล้อมการทำงานของแต่ละยูสเซอร์ เช่น หน้าจอเดสก์ท็อป สีของหน้าจอ วอลเปเปอร์ การเชื่อมต่อเครือข่ายและแมปเน็ตเวิร์กไดรฟ์ การเชื่อต่อเครื่องพิมพ์ การกำหนดเมาส์ และการใช้ล็อกออนสคริปต์ เป็นต้น

เมื่อยูสเซอร์ล็อกออนเข้าใช้งาน ระบบจะโหลดโปรไฟล์ของยูสเซอร์คนนั้น

และจัดสภาพแวดล้อมการทำงานตามข้อมูลที่อยู่ในโปรไฟล์ ซึ่งยูสเซอร์แต่ละแอคเคานต์จะมีโปรไฟล์เฉพาะของตนตามสภาพแวดล้อมการทำงานที่ได้กำหนดไว้ ปกติแล้ว Windows จะแบ่งโปรไฟล์ออกเป็น 3 ประเภทด้วยกัน คือ

– Local User Profiles เป็นโปรไฟล์ของแต่ละยูสเซอร์แอคเคานต์ที่เก็บอยู่บนคอมพิวเตอร์ โดยเมื่อยูสเซอร์ล็อกออนใช้งานในครั้งแรก ระบบจะสร้างโปรไฟล์สำหรับยูสเซอร์แต่ละคนอัตโนมัติ และระบบจะเก็บการกำหนดสภาพแวดล้อมการทำงานของแต่ละยูสเซอร์ไว้ในโปรไฟล์คอมพิวเตอร์ เมื่อยูสเซอร์ล็อกออนบนคอมพิวเตอร์ในครั้งต่อไป สภาพแวดล้อมในการทำงานก็จะถูกจัดตามโปรไฟล์ที่บันทึกไว้

การพัฒนาระบบไอที

การพัฒนาระบบไอที เรื่องการพัฒนาของระบบเป็นการถูกพัฒนามาตั้งแต่รุ่นที่เรายังไม่เกิด เนื่องจากมีนักวิทยาศาสตร์ต่างๆได้ประดิษฐและคิดค้นเพื่อเป็นการสร้างรากฐานในการพัฒนาให้ทุกคนได้ใช้กันในยุคต่อๆมา 

นักวิทยาศาสตร์เหล่านั้นได้สร้างและค้นคว้าหาเรื่องราวและสิ่งประดิษฐต่างๆ เพื่อเป็นการนำเทคโนโลยีเข้ามาให้เราได้ใช้ อย่างเช่นการริเริ่มการใช้โทรศัพท์ ซึ่งนักประดิษฐหรือคิดค้นเรื่องของโทรศัพท์เป็นแรกนั้นก็คือ อเล็กซานเดอร์ เกรแฮม เบลล์ ( Alexander Graham Bell )เขาได้มีการประดิษฐโทรศัพท์ด้วยการประดิษฐตัวสันยานและประดิษฐตัวรับสันยานนั่นเอง

ซึ่งนั้นก็เป็นจุดเริ่มต้นของเราที่ได้มีการเริ่มใช้โทรศัพท์มันน่าอัศจรรย์มากเพราะโทรศัพท์ได้ถูกพัฒนามาเป็นโทรศัพท์ไร้สาย ที่เราสามารถพูดคุยโดยมองเห็นหน้าและยังสามารถทำอะไรได้อีกมากมาย

ประโยชน์ของโทรศัพท์ที่เราใช้ในปัจจุบันมีอะไรบ้าง

สำหรับประโยชน์ที่เราใช้นั้นบางคนอาจมองว่าไม่สำคัญแต่เอาตรงๆเนื่องจากปัจจุบนนี้มีการใช้โทรศัพท์กับเรียกได้ว่าบางคนเกือบ 24 ชั่วโมงเลย เพราะมีการติดต่อสื่อสารในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของธุรกิจที่ต้องคุยประสานงานกันอยู่ตลอดเวลา หรือแม้แต่ในเรื่องของครอบครัว ที่บางคนหรือคนในครอบครัวมีเรื่องพูดคุยหรือปรึกษากับ และที่สำคัญนั้นก็คือเพื่อนๆ ที่ใช้เยอะสุดในการคุยเรื่องการเรียน การทำงาน ปรึกษาในเรื่องต่างๆ บางทีก็แค่แก้เหงา 

การสื่อสารในรูปแบบการทำงานที่ต้องพึ่งโทรศัพท์ 

เป็นรูปแบบที่ต้องการโทรศัพท์สื่อสารเป็นจำนวนมากนั้นก็คือการซื้อขาย ที่ต้องคอยรับออร์เดอร์ลูกค้าตลอดเวลา 24 ชม.เพราะร้านค้าในรูปแบบออนไลน์หรือในรูปแบบของบริษัทหรือห้างร้านต่างๆ มักมีลูกค้าโทรติดต่อประสานงานในการซื้อและขายสินค้าด้วยวิธีการโทรสั่ง หรือการซื้อผ่านแอพพลิกเคชั่นต่างๆ ทำให้การซื้อขายง่ายขึ้น และรวดเร็วมากกว่าการเดินทางไปหา และสิ่งนี้จึงกลายเป็นสิ่งสำคัญในการทำธุรกิจด้านการค้า

การเรียนที่ต้องติดต่อประสานงานกัน ก็น่าจะเป็นเหตุผลด้วยการปรึกษาด้านของการทำรายงาน การบ้าน และการแนะนำต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นนักเรียนปรึกษากันเอง หรืออาจะเป็นอาจารย์และและนักเรียน นอกจากนั้นก็ยังมีการพบปะพูดคุยประชุมงานของเหล่าอาจารย์ทั้งหลายอีกด้วย เพื่อเป็นการวางแผนการเรียนให้กับนักเรียน

การติดต่อสื่อสารระหว่างคนในครอบครัวหรือเกี่ยวข้องกับครอบครัว

เพราะสมัยนี้เป็นการทำงานโดยที่ไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายก็ต่างพากันออกไปทำงานนอกบ้านด้วยกันทั้งนั้นทำให้ต้องมีการติดต่อสื่อสารกับคนภายในบ้านด้วยการใช้โทรศัพท์เป็นสื่อกลาง ไม่ว่าจะเป็นการถามไถ่ของบุคคลที่อยู่ในบ้านเดียวกันหรืออาจจะเป็นการติดต่อกับบุคคลที่อยู่กันไกลแสนไกล เพราะบางคนก็ออกมาหางานทำห่างไกลกับครอบครัว การใช้โทรศัพท์จึงเป็นศูนย์กลางของการสื่อสารที่ทำให้เราไม่ต้องเดินทางบ่อยๆ