Ransomware คืออะไรและมีวิธีการป้องกันได้อย่างไร 

     นับได้ว่า  Ransomware กำลังเป็นโปรแกรมที่คุณกำลังสนใจอย่างมากอยู่ในขณะนี้ หลังจากที่มีข่าวออกมาจากสำนักข่าวว่ามีโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในจังหวัดสระบุรีถูกแฮกเกอร์มือดีเข้าไปทำการโจรกรรมข้อมูลด้วยการส่งโปรแกรมRansomware เข้าไปในฐานะระบบคอมพิวเตอร์ของทางโรงพยาบาล

ดังนั้นวันนี้เราจะมาทำความรู้จักRansomwareกันว่าคือโปรแกรมอะไรและถ้าหากว่าเครื่องคอมพิวเตอร์ของเรามีโปรแกรมนี้อยู่ในเครื่องเราจะมีวิธีการป้องกันอย่างไรได้บ้างเพื่อไม่ให้ข้อมูลในคอมพิวเตอร์ของเราได้รับความเสียหาย

        อันดับแรกเลยก็คือ  Ransomware นั่นคือมาแวชนิดหนึ่งซึ่งซึ่งมันถูกออกแบบมาเอาไว้สำหรับในเรื่องของการจัดทำข้อมูลโดยเฉพาะเรียกได้ว่าหากใครอยากจะขโมยข้อมูลภายในเครื่องคอมพิวเตอร์ของใครก็ตามแต่สามารถใช้โปรแกรมตัวนี้ได้เลยซึ่งโปรแกรมชนิดนี้จะมีการตั้งรหัสในการเข้าเอาไว้ดังนั้นทำให้ใครก็ตามที่อยากจะเข้าข้อมูลของตนเองเมื่อไปเจอโปรแกรมชนิดนี้แล้ว

ไม่รู้รหัสในการเข้าโปรแกรมก็จะไม่สามารถเข้าไปใช้งานข้อมูลต่างๆได้และทำให้พวกแฮกเกอร์ต่างๆนั้นสามารถเรียกค่าไถ่เรียกร้องเงินจากเจ้าของคอมพิวเตอร์หรือเจ้าของข้อมูลได้ว่าถ้าหากคุณอยากได้ข้อมูลของคุณคืนคุณต้องจ่ายเงินให้กับมันและมันจะแจ้งรหัสในการเข้าใช้โปรแกรมนี้เองซึ่งแน่นอนว่าเราสามารถที่จะมีวิธีป้องกันหากเครื่องของเรานั้นถูกโปรแกรมชนิดนี้มีการดาวน์โหลดไปในเครื่องได้โดย

       หากใครก็ตามที่มีการใช้งานคอมพิวเตอร์และมีข้อมูลที่มีความสำคัญอย่างมากควรจะมีการสำรองข้อมูลเอาไว้หรือที่เรารู้จักกันดีในการ Backup ข้อมูลนั้นเองซึ่งเมื่อใดก็ตามที่ข้อมูลของเราสูญหายหรือชํารุดเราสามารถที่จะดึงข้อมูลของเรากลับคืนมาได้เช่นเดียวกันค่ะหากเครื่องคอมพิวเตอร์ของเราถูกแฮกเกอร์ลงโปรแกรมRansomware เข้าไปในเครื่องของเรา

เมื่อไหร่ก็ตามเราก็ไม่จำเป็นต้องทนอีกต่อไปเพราะเรามีข้อมูลสำรองเก็บไว้อยู่แล้วดังนั้นเหล่าแฮกเกอร์ก็จะไม่สามารถมาเรียกค่าไถ่จากเราได้นั่นเองที่สำคัญเมื่อเรามีข้อมูลที่มีความสำคัญอย่างมากจริงๆแล้วเราควรจะต้องมีการลงโปรแกรมที่เครื่องคอมพิวเตอร์ของเราเอาไว้ซึ่งโปรแกรมที่จะลงนั้นควรจะเป็นโปรแกรมสำหรับการป้องกันไม่ให้มีมาแวร์เข้ามาในเครื่องได้นั่นเอง

โดยโปรแกรมเหล่านี้สามารถที่จะทำการดาวน์โหลดได้ฟรีจากในโลกของอินเตอร์เน็ต และแน่นอนว่าการใช้งานคอมพิวเตอร์นั้นควรจะมีการใช้งานอย่างรอบคอบซึ่งถ้าหากมีอีเมลแปลกปลอมเข้ามาที่เครื่องของเราก็ไม่ควรที่จะทำการเปิดเข้าไปอ่านเพราะส่วนใหญ่แล้วก็อาจจะเป็นอีเมลที่มาจากแฮกเกอร์ซึ่งเป็นการส่งโปรแกรมเข้ามาฝากไว้ที่เครื่องคอมพิวเตอร์ของเรานั่นเอง

 

 

สนับสนุนโดย  ทางเข้าufabet168

ยุคไอที ยุคของคนรวย 

          จะเห็นได้ว่าหลังจากที่มีการจัดอันดับมหาเศรษฐีเกิดขึ้นในแต่ละปีนั้นมหาเศรษฐีที่ถูกจัดอันดับเป็นอันดับต้นๆส่วนใหญ่มักจะเป็นเจ้าของกิจการที่เป็นกิจการเกี่ยวกับเรื่องของวงการไอทีอย่างเช่นมาร์คซัคเคอร์เบิร์กเองก็เป็นหนึ่งในเจ้าของกิจการด้านไอทีเพราะเขาเป็นเจ้าของบริษัท Facebook ซึ่งเรียกได้ว่าตอนนี้เขาติดโผอันดับบุคคลที่มีความร่ำรวยที่สุดในโลกซึ่งขณะนี้เขาอยู่ในอันดับที่ 3 และยังมีเจ้าของกิจการพวก Microsoft ต่างๆ

หรือแม้แต่ Amazon ก็ยังมีการติดอันดับบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในโลกจะเห็นได้ว่ากลุ่มบุคคลเหล่านี้คือกลุ่มบุคคลที่ทำธุรกิจด้านไอทีทั้งนั้นดังนั้นอาจจะเรียกได้ว่ายุคนี้เป็นยุคทองของธุรกิจไอทีเลยก็ได้ซึ่งใครมีกิจการเกี่ยวกับไอทีก็มักจะมีฐานะร่ำรวยกลายเป็นมหาเศรษฐีแม้แต่ประชาชนทั่วไปที่มีการค้าขายไม่ว่าจะเป็นการขายสินค้าประเภทอาหารการกินหรือแม้แต่พวกเสื้อผ้าข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ

ถ้าหากคุณเปิดร้านค้าขายคุณจะไม่มีลูกค้ามากเท่ากับการที่คุณมีการเปิดร้านค้าผ่านระบบออนไลน์ก็แน่นอนว่าปัจจุบันเป็นยุคของไอทีเป็นยุคของอินเทอร์เน็ตดังนั้นเวลาที่ลูกค้าซื้อสินค้ามักจะไม่เดินทางไปที่ร้านแล้วแต่จะเป็นการซื้อสินค้าผ่านทางระบบออนไลน์แทนดังนั้นจะเห็นได้ว่าพ่อค้าแม่ค้าจึงมีการเปลี่ยนวิธีการขายของจากการเปิดหน้าร้านขายผ่านระบบออนไลน์

ซึ่งปฏิบัติในเรื่องของการเสียค่าเช่าที่อีกทั้งยังสามารถขายสินค้าได้มากขึ้นกว่าเดิมอีกด้วยทำให้พ่อค้าแม่ค้าที่ขายของผ่านระบบออนไลน์นั้นต่างก็พากันร่ำรวยโดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่มีการระบาดของไวรัสโคโรนาเป็นช่วงที่พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์นั้นขายของได้ดีเป็นอย่างมากเพราะลูกค้าไม่สามารถเดินทางออกนอกบ้านเพื่อไปซื้อสินค้าได้ดังนั้นการเลือกซื้อสินค้าส่วนใหญ่

จึงมีการเลือกซื้อผ่านทางอินเทอร์เน็ตและนี่เองที่สร้างความร่ำรวยให้กับพ่อค้าแม่ค้าผ่านระบบออนไลน์จึงเป็นคำกล่าวที่ยืนยันได้เป็นอย่างดีแล้วว่ายุคของไอทีเป็นยุคของคนรวยในช่วงนี้นั่นเองเพราะไม่ว่าจะเป็นระดับ Application ยักษ์ใหญ่อย่างพวก Facebook  หรือ  Instagram   หรือ    WhatsApp   กลุ่มบุคคลเหล่านี้ก็มีรายได้จากการเปิดบริษัทเกี่ยวกับระบบออนไลน์ด้วยกันทั้งนั้น

ซึ่งผู้เป็นเจ้าของกิจการก็ได้รับความร่ำรวยจากระบบการทำงานของ Application ที่ตนเองนั้นคิดค้นขึ้นมานั่นเอง  อย่างไรก็ตามสถานการณ์ในตอนนี้ยังเรียกได้ว่าผู้คนหันมาสนใจระบบอินเทอร์เน็ตและไอทีกันมากขึ้นดังนั้นไม่ว่าจะดำเนินการธุรกิจเกี่ยวกับอะไรก็แล้วแต่หากเราสามารถนำไปต่อยอดฐานทางด้านระบบออนไลน์ได้ก็จะทำให้มีรายได้เข้ามามากกว่ากันเปิดกิจการที่มีหน้าร้านอย่างเดียว

 

สนับสนุนโดย  สมัคร Sagame ฟรี

กฎหมายห้ามใช้โทรศัพท์มือถือขณะขับรถ

   กฎหมายห้ามใช้โทรศัพท์มือถือขณะขับรถ ข้อห้ามการใช้เทคโนโลยีเพราะไม่ปลอดภัย 

            นับเป็นอีกเรื่องนึงที่มีการพูดถึงกันมากมาก่อนหน้านี้เกี่ยวกับเรื่องการใช้โทรศัพท์มือถือขณะขับรถซึ่งก่อนหน้านี้เรามักจะพบเห็นข่าวเกี่ยวกับอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นอยู่เป็นประจำบนท้องถนนและเมื่อมีการตรวจสอบขึ้นมาก็มักจะพบว่าอุบัติเหตุเหล่านั้นเกิดขึ้นจากความประมาทของมนุษย์เองและส่วนใหญ่ความประมาทนั้นก็จะเริ่มต้นมาจากการที่มนุษย์นั้นมีการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่นะ

ตอนที่กำลังขับรถอยู่ทำให้ไม่มีสมาธิในการที่จะควบคุมรถจนทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ง่ายนั่นเองที่เรากำลังจะพูดถึงกันอยู่ในขณะนี้ก็คือการใช้เทคโนโลยีโทรศัพท์มือถือซึ่งเมื่อเรามีโทรศัพท์มือถือและมีคนโทรเข้ามาในขณะที่เราขับรถผู้คนส่วนใหญ่มักจะมองข้ามการที่จะหาที่จอดรถก่อนแล้วรับโทรศัพท์แต่เลือกที่จะกดรับโทรศัพท์ขณะที่คุณยังขับรถอยู่

ดังนั้นสมาธิส่วนใหญ่ของคุณจึงไม่ได้เพ่งไปที่การขับรถและดูความปลอดภัยบนท้องถนนเพราะสมาธิครึ่งนึงของคุณหรือมากกว่าครึ่งนั้นจะถูกเบนความสนใจไปที่บทสนทนาของคนกับปลายสายและนี่เองจึงเป็นสาเหตุให้เกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนอยู่บ่อยครั้งดังนั้นจึงได้มีกฎหมายออกมาเกี่ยวกับเรื่องของการใช้เทคโนโลยีโทรศัพท์มือถือขนาดขับรถขึ้นมา

เพื่อเป็นการรักษาความปลอดภัยให้ผู้ขับขี่นั่นก็คือมีการสั่งห้ามการใช้โทรศัพท์มือถือในขณะขับรถแต่อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่ากฎหมายนี้จะมีออกมานานแล้วแต่ผู้คนก็ยังคงละเมิดกฎหมายกันอยู่บ่อยครั้งและถึงแม้ว่าเทคโนโลยีใหม่ๆจะมีการเลือกอำนวยความสะดวกให้ใช้โทรศัพท์มือถือขณะขับรถได้มากขึ้นไม่ว่าจะเป็นการใช้บลูทูธเชื่อมต่อระหว่างมือถือกับระบบปฏิบัติการของรถที่คุณจะสามารถเปิดลำโพงไป

และคุยโทรศัพท์ไปด้วยได้หรือบางคนอาจจะใช้เป็น Small Talk ในการคุยโทรศัพท์มือถือโดยที่คุณไม่ต้องจับโทรศัพท์มือถือขณะขับรถเพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุแต่ผู้คนส่วนใหญ่ก็ยังมักจะคุ้นชินกับการที่จะใช้มือจับโทรศัพท์มือถือและสนทนาไปในขณะที่ขับรถนั่นเอง

            และที่สำคัญปัจจุบันนี้โทรศัพท์มือถือไม่ได้ใช้แค่โทรเข้าโทรออกได้เท่านั้นแต่ยังมี Application หลายตัวที่สามารถดาวน์โหลดเก็บไว้ได้เช่น Application สำหรับการแชทพูดคุยกันอย่างไรหรือ application facebook และ Instagram รวมถึง Application หนังต่างๆดังนั้นบางครั้งคนเรามักจะเปิดดูหนังหรือดูยูทูปผ่านทางโทรศัพท์มือถือขณะที่มีการขับรถรวมถึงการที่เราอาจจะมีการเข้าไปดูข้อมูลที่ควรมีการแชร์ใน Facebook หรือ Instagram

ขณะที่ขับรถซึ่งเป็นความเสี่ยงอย่างมากในการที่จะเกิดอันตรายบนท้องถนนได้ดังนั้นทางที่ดีที่สุดก็คือเราควรจะรักษากฎหมายไม่ควรใช้โทรศัพท์มือถือในขณะที่ขับรถไม่ว่าจะเป็นการพูดคุยหรือการพิมพ์ข้อความหรือการดู YouTube นั่นเอง เพื่อความปลอดภัย ของตัวเราเองและเพื่อนร่วมทางของเรา

 

ได้รับการสนับสนุนโดย    ae บาคาร่า